เจ้าอาวาสรูปที่ 1ท่านญาคูหลักคำ (พิมพ์) (ประมาณ พ.ศ. 2368 – 2432)

วัดศรีจันทร์ ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2368 โดยท่านญาคูหลักคำ (พิมพ์) เป็นผู้รวบรวมศรัทธาประชาชนในการก่อสร้าง และเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ท่านมีภูมิลำเนาอยู่บ้านพระลับ ได้บรรพชา อุปสมบทจากสำนักพระอุปัชฌาย์ใดไม่ปรากฏ ทราบเพียงว่าเมื่อสมัยที่เมืองขอนแก่นย้ายจากบ้านพันชาด ฝั่งหนองเหล็ก บ้านโนนเมือง ตำบลบ้านแพง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม (ปัจจุบัน) มาตั้งอยู่ที่บ้านโนนทัน ทิศตะวันออกของบึงบอน (บึงแก่นนคร) นั้นท่านได้เดินทางไปศึกษาเล่าเรียนในสำนักวัดสามจีน ที่กรุงเทพ ฯ ประมาณ พ.ศ. 2390 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 3 ท่านศึกษาเล่าเรียนมูลเดิม และความรู้ในพระพุทธศาสนาจนจบ อีกทั้งท่านได้ศึกษาเล่าเรียนวิชาคาถาอาคมต่าง ๆ เช่น เล่นแร่แปรธาตุ หุงปรอท เป็นต้น ต่อมาอาจารย์เดิมของท่านซึ่งอยู่ภูเขาควายในประเทศลาว(สมัยที่ยังขึ้นต่อฝรั่งเศส) ป่วยหนักท่านจึงเดินทางจากกรุงเทพฯไปประเทศลาว พร้อมสหธรรมิก 3 รูป คือ ญาคูจุลลา(ภายหลังได้เป็นญาคูหลักเมืองที่บ้านดอนบม)และญาคูท้าว(ภายหลังได้เป็นญาคูหลักเมืองที่บ้านทุ่ม)ต่อมาอาจารย์ของท่านได้มรณภาพ และหลังจากจัดงานบำเพ็ญกุศลฌาปนกิจและทำบุญอุทิศให้อาจารย์ของท่านแล้ว ท่านได้เดินทางกลับมายังมาตุภูมิเดิมของท่านที่บ้านพระลับ โดยจำพรรษาที่วัดศรีนวล หลังออกพรรษาในปีเดียวกันนี้ คือ

ปี พ.ศ. 2398 ท่านได้ออกมาบูรณะวัดศรีจันทร์อีกครั้งซึ่งขาดผู้ดุแลรักษาในช่วงที่ท่านไม่อยุ่มีแต่พระอายุพรรษายังน้อยแค่ 1-2 พรรษาเท่านั้น สร้างวัดขึ้นใหม่ที่โคกป่าโจด ใกล้ฝั่งหนองแสบงอยู่ด้านทิศเหนือของวัดศรีนวลตั้งชื่อวัดนี้ว่า “วัดศรีจันทร์” สันนิษฐานว่า เพื่อให้มีชื่อใกล้เคียงกับวัดศรีนวล (วัดเดิมของท่าน) หรืออาจเพราะว่าวัดที่สร้างใหม่นี้เป็นโคกป่าโจดมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่หนาแน่นบริเวณ ตอนล่างมีป่าโจดหนาทึบ มีสัตว์อาศัยอย่างชุกชม เวลากลางคืนวันพระจันทร์เต็มดวงแสงสว่างของดวงจันทร์ส่องสว่างกระทบต้นไม้และใบไม้เกิดประกายดุจประหนึ่งว่ารัศมีแห่งพระจันทร์เปล่งลงมาให้ความสวยงามสดชื่นรื่นรมย์ในธรรมชาติ ท่านจึงถือเอานิมิตหมายตรงนี้ว่าวัดนี้คงจะเจริญรุ่งเรืองและ เป็นสิริมงคลแก่ผู้อาศัย เป็นศักดิ์ศรีแก่บ้านเมืองในภายภาคหน้าจึงตั้งชื่อว่าวัดศรีจันทร์ แต่ชาวบ้านมักเรียกว่า “วัดนอก” เรียกวัดศรีนวลว่า “วัดใน” เพราะวัดตั้งอยู่ในคุ้มบ้านพระลับ ส่วนวัดศรีจันทร์ ตั้งอยู่นอกคุ้มมีบ้านเรือนอยู่น้อยและกระจัดกระจายออกมาทางหนองแสบง

การพัฒนาวัดเริ่มขึ้นในต้นฤดูหนาวปี พ.ศ. 2398 ตรงกับสมัยของหลวงศรีวรวงศ์(ท้าวอู่)เป็นเจ้าเมืองที่บ้านโนนทัน โดยท่านได้พิจารณาเห็นว่าโคกป่าโจดแห่งนี้เป็นที่เงียบสงบไม่พลุกพล่าน เหมาะแก่การบำเพ็ญสมณธรรม ทั้งด้านวิปัสสนากรรมฐาน และปริยัติเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังเหมาะสมกับการเจริญคาถาเวทย์มนต์ต่างๆที่ท่านถนัด มีการทำแร่แปรธาตุ หุงปรอท เป้นต้น โดยที่ท่านได้แยกออกไปปลูกสร้างกุฏิหลังเล็ก ๆ พอได้อาศัย (ในบริเวณที่ตั้งอาคารพาณิชย์ของวัดในปัจจุบัน) เพื่อเป็นที่บำเพ็ญจิตตภาวนากรรมฐาน และเวทมนต์คาถาจนเกิดความชำนาญนิชาที่ท่านมีความถนัด จนชาวบ้านเกิดความเล่าลือกันว่า ท่านได้ญารวิเศษจนสามารถล่องหนหายตัวย่นระยะทางได้ ชาวบ้านเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในการประพฤปฏิบัติและปฏิปทาของท่านด้านการปฏิบัติก็ปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ด้านการศึกษาท่านให้การศึกษากับศิษย์ทุกคนที่มาอยู่อาศัยภายในวัด และได้รับเถราภิเษก(ฮด)ขึ้นเป็นญาคู ต่อมาท่านได้รับตำแหน่งเป็นญาคูหลักเมือง(เจ้าคณะจังหวัด)และได้รับเถราภิเษกยกขึ้นเป็นญาคูหลักคำครองวัดศรีจันทร์ ทำให้วัดก็เจริญเจริญรุ่งเรืองมากและเจริญมาตามลำดับ ในบั้นปลายชีวิตของท่านข่าวว่า ท่านได้รับนิมนต์จากเพื่อนสหธรรมิกและศิษยานุศิษยืที่อยู่กรุงเทพฯ ปรารภกับท่านมีความประสงค์อยากให้ไปถวายสักการะครูบาอาจารย์ของท่านที่อยู่กรุงเทพฯ ที่ท่านเคยได้เคยอาศัยและศึกษาเล่าเรียนในสมัยที่เป็นพระหนุ่ม

ท่านได้เดินทางไปกรุงเทพ ฯ อีครั้ง การเดินทางครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน การเดินทางครั้งก่อนนั้นเป็นพระหนุ่มอายุประมาณ 30 ปี แต่ครั้งนี้อายุของท่านประมาน 80-90 ปี ด้วยความกตัญญู ความเคารพในบูรพาจารย์ ทำให้จิตใจของท่านมีความเข้มแข็งอดทนพร้อมที่จะเดินทางด้วยเท้าลงไปกรุงเทพฯ (สมัยนั้นยังไม่มีรถยนต์) แม้วัยของท่านจะอายุ 80-90 ปี แมัจิตใจจะเข้มแข็ง แต่ร่างกายร่วงโรยตามกาลเวลา ยากที่จะถึงเป้าหมาย และในระหว่างทางเกิดอาพาธหนักมรณภาพที่จังหวัดอยุธยา ประมาณปี พ.ศ. 2432 รวมระยะเวลาที่ท่านดำรงตำแห่งเจ้าอาวาสวัดศรีจันทร์ 64 ปี
สำหรับสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ในสมัยของท่านได้รื้อถอนและเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ที่เหลือไว้เป็นอนุสรณ์ คือ กลองเพลใหญ่ 1 ใบ ปัจจุบัลอยู่บนหอกลอง หอระฆัง ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของพระอุโบสถและยังใช้อยู่ ซึ่งสิ่งก่อสร้างในสมัยท่านเป็นเจ้าอาวาสมีการก่อสร้างถาวรวัตถุ ดังนี้

– สร้างกุฏิอาคารไม้ห้าห้อง 1 หลัง
– สร้างอาคารไม้สามห้อง 1 หลัง
– สร้างกลองเพลงใหญ่ 1 ใบ (ใช้ในปัจจุบัน) บนหอกลอง หอระฆังด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของพระอุโบสถ
– สร้างอุโบสถ เป็นอาคารไม้ก่ออิฐ หลังคาแบบพรมสี่หน้า มุ่งด้วยไม้กระดาน 1 หลัง

 

Home| Back | Next |

 
วัดศรีจันทร์ พระอารามหลวง 681 ถ.ศรีจันทร์ ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น
ติดต่อผู้ดูแลเว็บไซต์ E-Mail: website@hotmail.co.th